5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็งทุกชนิด
Link : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/health/20100318/105137/5-ทำ-5-ไม่-ห่างไกลมะเร็งทุกชนิด.html

ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็งใครๆ ก็กลัว และไม่อยากให้เป็นกับร่างกายตัวเอง ต่อไปนี้คือ คาถา 5 ไม่ 5 ทำ ท่องไว้ห่างไกลมะเร็ง
นพ.อนันต์ กรลักษณ์ รองผู้อำนวยการ กลุ่มงานวิชาการ และหัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แนะว่า วิธีทำให้ตัวเองห่างไกลจากโรคมะเร็งทำไม่ยาก เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในการกินและการออกกำลังกายเสียใหม่ให้ร่างกายมีความสมดุลในแต่ละวัน
โรคมะเร็งส่วนใหญ่ทุกวันนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่มีมะเร็งบางตำแหน่งสามารถทราบสาเหตุนำ หรือสาเหตุร่วมที่เราอาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นทุกคนควรสำรวจร่างกายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพบแพทย์ตรวจร่างกายปีละ 1 ครั้งคัดกรองความเสี่ยงแต่เนิ่นๆ หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าว
สัญญาณอันตราย 7 ประการที่ควรไปพบแพทย์หากเกิดขึ้นกับตัวเราได้แก่ การมีเลือดหรือสิ่งผิดปกติออกจากร่างกาย เช่น มีตกขาวมากเกินไป การมีตุ่ม ก้อน เกิดขึ้นบนร่างกายและก้อนนั้นโตเร็วผิดปกติ การมีแผลเรื้อรัง การถ่ายที่เปลี่ยนไปจากเดิม การที่มีเสียงแหบหรือไอเรื้อรัง การกลืนอาหารได้ลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของหูดไฝปาน ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เปลี่ยนหรือสีที่เปลี่ยนก็ตาม
วิธีหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งใครก็สามารถทำได้เองได้ที่บ้านมีอยู่ 5 ทำหลัก ได้แก่ ทำแรกเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที เพราะมีรายงานการวิจัยพบว่า การออกกำลังกายช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจได้ทางหนึ่ง โดยมีผลไปลดความอ้วนและความเครียดในร่างกายที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง
ทำที่สอง เป็นการทำจิตใจให้แจ่มใส ด้วยการหากิจกรรมสันทนาการทุกรูปแบบเป็นแนวทางปฏิบัติไม่ให้เกิดความเครียด วิตกกังวล ไม่ว่าจะทำบุญตามวิถีของศาสนา ทัศนศึกษา ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ หรือการใช้เวลาทำกิจกรรมกับคนในครอบครัว
ทำสาม กินผักผลไม้ให้ได้ครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ หรือประมาณ 500 กรัม ต่อวัน เพราะในผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สารเบต้าแคโรทีน สารไลโคปีน สารไอโซฟลาโวนอยด์ รวมถึงเส้นใยอาหารที่ทำหน้าที่คล้ายกับแปรงไปกระตุ้นผนังลำไส้ใหญ่ให้สร้างเมือกมากขึ้น และทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเยื่อบุผิวลำไส้ใหญ่และลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งลำไส้
ผักผลไม้มีรายงานวิจัยพบสารต้านมะเร็งและกระบวนการต้านมะเร็งได้ถึงระดับโมเลกุลหลายชนิด ตัวอย่างเช่น ขิง ชาเขียว องุ่นแดง น้ำผึ้ง กระเทียม มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำปลี บล็อกโคลี เป็นต้น
แพทย์จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ทำต่อมาจะสอดคล้องกับทำที่สาม เพราะเป็นการกินอาหารที่หลากหลายคือครบ 5 หมู่ ไม่ซ้ำซากจำเจ และใหม่สด สะอาดปราศจากเชื้อรา เพราะผู้ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่า 1 ใน 3 มีความสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงทางด้านอาหารโดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูง
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับการลดความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง ได้แก่ อาหารปิ้งย่างหรือทอดแบบไหม้เกรียมหรือใช้น้ำมันเก่า ไม่กินอาหารจำพวกหมักดองเค็ม และเนื้อสัตว์เค็มตากแห้งที่ใส่ดินประสิว โปแตสเซียมไนเตรท และสารไนไตรท์ เพราะสารเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งภายหลังได้
นอกจากนี้ ถั่วลิสงคั่ว หรือพริกแห้งที่ถกเถียงว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการเกิดโรคมะเร็งก็เข้าข่าย หากหลีกเลี่ยงได้จะเป็นดีเพราะอาจมีการปนเปื้อนของสารอัลฟลาท็อกซินหรือเชื้อรา ที่เป็นสาเหตุมะเร็งตับ
สิ่งที่ต้องทำในประการที่ห้า คือการหมั่นตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย ตามสัญญาณอันตราย 7 ประการข้างต้น เพราะการป้องกันที่กล่าวมาไม่สามารถหวังผลได้ 100% โดยเฉพาะคนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปีเพื่อลดความเสี่ยงและสามารถรักษาได้ทันหากพบโรคร้ายแต่เนิ่นๆ เนื่องจากมะเร็งในระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้
นพ.อนันต์ บอกว่า ถัดจาก 5 ทำสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ 5 ไม่ ได้แก่ การไม่สูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่ เพราะเป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งหลายชนิดด้วยกันไม่ว่าจะเป็น มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งไต หรือมะเร็งปากมดลูก โรคหัวใจ ถุงลมโป่งพองอีกด้วย
ไม่ที่สองเป็นการไม่มั่วเซ็กซ์ คือไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร (ก่อนวัย 20 ปี) หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้ถุงยางอนามัย เพราะในสตรีที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยและมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคน มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูก
การกระทำที่ไม่ควรต่อมาเป็น ไม่ดื่มสุราเพราะเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม และมะเร็งหลอดอาหาร หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ แพทย์สถาบันมะเร็งแห่งชาติ บอกว่า ในผู้ชาย ไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้วต่อวัน สำหรับผู้หญิงไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้วต่อวัน
ผู้ที่ดื่มสุรามากกว่า 60 กรัม หรือ 3 แก้วต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเป็น 9 เท่า ของผู้ที่ไม่ดื่ม และยิ่งสูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวันด้วยแล้ว จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง 50 เท่าทีเดียวแพทย์จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าว
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงประการต่อมาเป็น แสงแดดจ้าเวลากลางวัน เพราะอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ทางที่ดีควรใช้ครีมกันแดดที่มีเอสพีเอฟตั้งแต่ 15 ขึ้นไป และใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดดเมื่อยามที่ต้องออกแดดทั้งเสื้อแขนยาว ร่ม หมวกให้ติดเป็นนิสัย
ประการสำคัญที่จะลดโอกาสเสี่ยงอีกประการคือ การไม่กินปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียนดิบๆ และตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระทุกปี เพราะการกินปลาน้ำจืดที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับอยู่ในเนื้อปลาที่มีเกล็ด ทั้งรูปแบบก้อย ลาบ
พยาธิตัวอ่อนจะเข้าไปเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวแก่ในท่อน้ำดีตับ ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผนังท่อน้ำดี จนเกิดการอุดตัน หรืออักเสบเรื้อรัง จนเนื้อตับตายและเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับได้ ซึ่งโรคนี้พบมากในภาคอีสานของไทยในปัจจุบัน
หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า 5 ทำ 5 ไม่ เป็นวิธีลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งทางเลือกหนึ่ง โดยสิ่งสำคัญของตัวผู้ปฏิบัติเองจะต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการกินอะไรที่ซ้ำซากจำเจเพราะในอาหารซ้ำซากอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงสูงได้นั่นเอง |