Welcome to Health Intervention and Technology Assessment Program’s homepage   Please login to download files or publications  

รายละเอียดข่าว

หัวข้อข่าว : สธ.เร่งเสริมไอโอดีนแก่เด็ก ป้องกันปัญญาทึบ
คำขยายหัวข้อข่าว :
วันที่เพิ่มข้อมูล : 30 กรกฎาคม 2553
รายละเอียดของข่าว :

สธ.เร่งเสริมไอโอดีนแก่เด็ก ป้องกันปัญญาทึบ

Link : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000104667

 สธ.เผยโรคขาดสารไอโอดีนทำเด็กทั่วโลกปัญญาทึบ แง้มคนไทยกินเกลือเสริมไอโอดีนตกเกณฑ์ WHO
       
       โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ วันนี้ (29 ก.ค.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย แถลงข่าว “โรคขาดสารไอโอดีนกับความท้าทายต่อการพัฒนาของประเทศไทย” โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน กล่าวว่า โรคขาดสารไอโอดีนเป็นสาเหตุหลักต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กทั่วโลก การขาดสารไอโอดีนเพียงเล็กน้อยในหญิงตั้งครรภ์ ทำให้เกิดความบกพร่องในการพัฒนาเซลล์สมองและพัฒนาการทางร่างกายของทารก การศึกษาวิจัยทั่วโลกพบว่าเด็กที่ขาดสารไอโอดีนจะมีระดับไอคิวต่ำกว่าเด็กทั่วไปถึง 10-15 จุด ซึ่งถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่และคุกคามต่อการพัฒนาอนาคตของเด็ก
       
       ในประเทศไทยจากการตรวจสภาวะสุขภาพของคนไทยโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ปี 2552 จากกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 6-14 ปี จำนวน 6,000 ราย ใน 21 จังหวัด พบไอคิวเฉลี่ย 91 จุด (ไอคิวเฉลี่ยสากลอยู่ที่ 90-110 จุด) และจากผลการสำรวจพัฒนาการสมวัยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ของกรมอนามัย พบว่า เด็กมีพัฒนาการสมวัยลดลงเรื่อยๆ คือ ปี 2542 พบมีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 71 และปี 2550 พบว่าเด็กมีพัฒนาการสมวัยลดลงเหลือร้อยละ 67 ส่วน หญิงตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 60 ได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง และระดับสติปัญญาของเด็กที่เกิดประมาณ 8 แสนคนต่อปี นอกจากนี้ ยังพบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการบริโภค เกลือเสริมไอโอดีนยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด คือ ต้องมากกว่าร้อยละ 90 ซึ่งมีครัวเรือนไทย ร้อยละ 73 เท่านั้น ที่มีการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีน
       
       เพราะฉะนั้น ปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนในประเทศไทย สาธารณสุขจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายๆ หน่วยงานร่วมกันดำเนินการเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการสติปัญญาของเด็กไทยให้มีไอคิว 90-110 จุด ตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด นอกจากจะส่งผลให้เด็กไทยมีพัฒนาการด้านสติปัญญาที่ดีแล้ว ยังส่งผลระยะยาวเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วย



Copyright (c) 2008 HITAP : Health Intervention and Technology Assessment Program 
This page is best viewed at 1024 x 768 screen resolution with IE 5.0 or higher  
E-mail : hitap@hitap.net