ประเทศไทยประกาศใช้พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2545 พระราชบัญญัติดังกล่าวมีขึ้นเพื่อจัดให้มีชุดสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพมาตรฐาน และให้บริการครอบคลุมในกลุ่มประชากรกว่าร้อยละ 75 ที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการหรือสิทธิประกันสังคม ด้วยสภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลง และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว ชุดสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขจึงควรได้รับการพัฒนาให้เหมาะสม มีความทันสมัยและพร้อมรองรับสถานการณ์และภัยคุกคามด้านสุขภาพใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่จำเป็นและดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ กระบวนการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เพื่อสนับสนุนให้เกิดกระบวนการดังกล่าวข้างต้น จึงได้ดำเนินโครงการ “การพัฒนาและประเมินชุดสิทธิประโยชน์ (ที่ไม่ใช่ยา) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพของประเทศไทย” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นระบบ มีความโปร่งใส เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงวิชาการ ในการดำเนินงานประยุกต์ใช้ 4 หลักการสำคัญของกระบวนการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ ได้แก่ 1) Systematic process คือ มีกระบวนการดำเนินงานที่เป็นระบบและมีรายละเอียดขั้นตอนที่ชัดเจน 2) Transparent process คือ มีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ 3) Participatory process คือ การเข้ามามีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทุกขั้นตอนในกระบวนการเน้นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เครือข่ายทีมวิจัยและนักวิชาการได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ และ 4) Evidence informed policy development คือ การมีข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ในการสนับสนุนเชิงนโยบาย การดำเนินงานภายใต้โครงการ “การพัฒนาและประเมินชุดสิทธิประโยชน์ (ที่ไม่ใช่ยา) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพของประเทศไทย” ได้ผลสรุปจากการพิจารณาคัดเลือกหัวข้อและผ่านการจัดลำดับความสำคัญของหัวข้อ UCBP ตามเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหัวข้อ จำนวน 6 หัวข้อ ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการสรรหาทีมวิจัยเพื่อทำการศึกษาวิจัย และผลการศึกษาที่ได้จะใช้ในการพิจารณาและตัดสินใจเชิงนโยบายในการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป
นอกจากการสนับสนุนกระบวนการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์แล้ว โครงการฯ ได้ดำเนินการหลัก ๆ ดังนี้ 1) การลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติระดับเขต ประจำปี 2567 โดยลงพื้นที่ 3 เขต คือ เขต 1 เชียงใหม่ เขต 7 ขอนแก่น และเขต 12 สงขลา เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนรับฟังความคิดเห็นและการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการเสนอหัวข้อเพื่อพัฒนาเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในฐานะของผู้รับบริการ 2) การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายทีมวิจัย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Exchange) ทั้งในและนอกองค์กร ซึ่งเป็นกระบวนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจากหน่วยงานภายในและภายนอก ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัย และขยายโอกาสการดำเนินงานร่วมกันในอนาคต และ 3) การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาเป็นชุดสิทธิประโยชน์ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการเสนอหัวข้อเพื่อพัฒนาเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในฐานะของผู้รับบริการ และเข้ามาร่วมเสนอหัวข้อปัญหาฯ ในแต่ละรอบปี