ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากข้อจำกัดด้านทรัพยากร (resource scarcity) ทั้งงบประมาณและบุคลากรทางการแพทย์ ขณะเดียวกันยังพบการให้บริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำ (low-value care: LVC) ซึ่งไม่เพียงแต่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วย แต่ยังก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ระบุและจำแนกหัตถการหรือมาตรการที่อาจมีคุณค่าต่ำในบริบทประเทศไทย 2) สำรวจความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับการให้บริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำจากมุมมองของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และ 3) ยืนยันรายการหัตถการหรือมาตรการที่มีคุณค่าต่ำผ่านการหารือกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ รวมทั้งประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อระบบสุขภาพ
ระเบียบวิธีวิจัยประกอบด้วยสามส่วนหลัก ได้แก่ 1) การทบทวนวรรณกรรมอย่างเร่งด่วน (rapid review) เพื่อรวบรวมคำจำกัดความและรายการบริการที่จัดเป็นบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำจากงานวิชาการระดับนานาชาติ 2) การสำรวจออนไลน์ในกลุ่มบุคลากรสาธารณสุข ราชวิทยาลัยทางการแพทย์ และกองทุนประกันสุขภาพ เพื่อรวบรวมรายการหัตถการที่อาจมีคุณค่าต่ำ รวมถึงสำรวจทัศนคติและมุมมองต่อการให้บริการดังกล่าว และ 3) การประชุมกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อยืนยันความเหมาะสมและจัดลำดับความสำคัญของบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำในบริบทประเทศไทย
ผลการศึกษาพบคำจำกัดความของบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในบริบทไทยและสามารถรวบรวมรายการหัตถการและมาตรการที่อาจมีคุณค่าต่ำได้รวม 583 รายการ จากการทบทวนวรรณกรรมและการสำรวจ โดยหลังการคัดกรองและจัดลำดับความสำคัญ เหลือ 23 รายการที่ควรศึกษาเชิงลึกเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงก่อนผ่าตัด (preoperative echocardiography) และการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) การสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรสาธารณสุขจำนวน 155 คน พบว่าร้อยละ 82 เห็นว่าการให้บริการ LVC เป็นปัญหาของระบบ แม้ว่าปัญหาส่วนใหญ่จากบริการดังกล่าวจะถูกประเมินว่าไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม มีผู้ให้บริการจำนวนมากที่เคยพบหรือปฏิบัติการรักษาที่เข้าข่ายบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำ โดยมีปัจจัยจูงใจจากทั้งการขาดความรู้ในหัตถการหรือมาตรการทางการแพทย์คำร้องขอจากผู้ป่วย และระบบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้ การประชุมผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาทางการแพทย์ยังได้ยืนยันรายการบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำที่สำคัญและเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการสร้างมาตรการป้องกันหรือลดการใช้บริการเหล่านี้
ข้อค้นพบสะท้อนว่าการจัดการบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำอย่างเป็นระบบในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่มีศักยภาพที่จะช่วยลดความสูญเปล่าของทรัพยากรและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย โดยสรุปการศึกษานี้ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างฐานข้อมูลและแนวทางจัดการบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบสุขภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างความยั่งยืนในการดูแลสุขภาพของประชาชนในระยะยาว