Policy Brief
Policy Brief ฉบับที่ 220

แถบตรวจน้ำตาลด้วยตนเอง: แนวทางขยายสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

จำนวนเข้าชม
15
แชร์ Policy Brief นี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
PDF
รายละเอียดเพิ่มเติม
  • การตรวจระดับนํ้าตาลในเลือดด้วยตนเอง (self-monitoring of blood glucose: SMBG) สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถลดระดับนํ้าตาลสะสมในเลือด (hemoglobin A1c: HbA1c) ได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น โดยเฉพาะเมื่อทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรม นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มอัตราการเข้าสู่ภาวะโรคเบาหวานระยะสงบ (diabetes remission) และสามารถคงระดับ HbA1c ที่ลดลงไว้ได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ การตรวจอย่างมีแบบแผน (structured SMBG) ให้ผลดีกว่าการตรวจอย่างไม่มีแบบแผน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีระดับ HbA1c สูงกว่าร้อยละ 8 และผู้ป่วยอายุน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุด
  • การสนับสนุนแถบตรวจนํ้าตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดได้ แม้ต้องใช้งบประมาณรวมประมาณ 2,757–5,711 ล้านบาท แต่เมื่อตีค่าเป็นต้นทุนต่อคนแล้วกลับตํ่ากว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานหลายเท่า ซึ่งการลงทุนในแถบตรวจนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถติดตามและควบคุมระดับนํ้าตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาว
  • แนวทางการสนับสนุนแถบตรวจนํ้าตาลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรกำหนดปริมาณการใช้อยู่ที่ 7–14 ชิ้นต่อสัปดาห์ พร้อมทั้งมีระบบติดตามผลการใช้แถบตรวจด้วยเครื่องตรวจที่สามารถบันทึกและแสดงผลย้อนหลังได้อย่างแม่นยำ เพื่อประเมินพฤติกรรมและระดับนํ้าตาลของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยการให้แถบตรวจควรจะยุติเมื่อผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมระดับนํ้าตาลให้ดีขึ้นภายใน 6 เดือน หรือเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะโรคเบาหวานระยะสงบ ซึ่งจะช่วยให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุด

PDF