ข่าวสาร

เปิดตัวแบบประเมินคุณภาพงานวิจัย “Rubric Score”: มาตรฐานใหม่ยกระดับงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขของไทย

จำนวนเข้าชม

120
แชร์ข่าวสารนี้

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขภายใต้คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ และทีมวิจัยโครงการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการประเมินคุณภาพงานวิจัยการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (health technology assessment: HTA) สำหรับสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติด้วยแบบประเมิน rubric score เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการประเมินให้ถูกต้องตรงกัน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนา เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายสาธารณสุขของประเทศอย่างเป็นระบบ

ศ. ดร. ภญ.อัญชลี เพิ่มสุวรรณ กล่าวเปิดการประชุมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

แบบประเมิน rubric score พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดในการประเมินคุณภาพของงานวิจัยด้านการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HTA) ซึ่งเดิมมักประสบปัญหาด้านระดับคุณภาพของการประเมินที่แตกต่างกันตามความเชี่ยวชาญของผู้ประเมิน และความล่าช้าในขั้นตอนการประเมินคุณภาพงานวิจัย โดยเครื่องมือนี้ทำหน้าที่เป็นมาตรฐานกลางที่เชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างนักวิจัย แหล่งทุน และผู้ทบทวน ผ่านแนวทางตรวจสอบคุณภาพที่เป็นระบบและชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนการนำเสนอโครงร่างวิจัยจนถึงรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ ครอบคลุมทั้งมิติด้านการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ (economic evaluation) การวิเคราะห์ผลกระทบด้านงบประมาณ (budget impact analysis) และการประเมินความเป็นไปได้ของมาตรการที่ศึกษา (feasibility) เพื่อให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายที่แม่นยำและนำไปปรับใช้ได้จริง

บรรยากาศการนำเสนอโดยผู้แทนจากฝ่ายเลขานุการคณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขภายใต้คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ และทีมวิจัยโครงการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงการตอบข้อซักถาม และให้ข้อเสนอแนะโดยผู้เข้าร่วมประชุม

การดำเนินงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสุขภาพใน 3 มิติสำคัญ ดังนี้

  1. การสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสในระดับสากล เปลี่ยนจากการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคลมาเป็นการใช้เกณฑ์การพิจารณาที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้ชัดเจน ทำให้กระบวนการพิจารณาคัดเลือกยาเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติและการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน
  2. การยกระดับคุณภาพหลักฐานเชิงวิชาการ ผลักดันให้งานวิจัยตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง ครอบคลุมทั้งมิติความคุ้มค่า ภาระงบประมาณ และความเป็นไปได้ เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ประกอบการจัดสรรทรัพยากรด้านสุขภาพของประเทศได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
  3. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเวลา กำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการทบทวนคุณภาพงานวิจัยให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การใช้แบบประเมิน Rubric Score ในการประเมินคุณภาพโครงร่างวิจัยและผลการศึกษานี้ ยังถือเป็นการสร้างระบบนิเวศการวิจัย (research ecosystem) ที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง บนบรรทัดฐานของความรู้และความถูกต้องทางวิชาการ

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับวงการวิจัยนโยบายสุขภาพของประเทศ ที่มุ่งเน้นความถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ทีมวิจัยจากโครงการ UCBP ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขภายใต้คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ และเครือข่ายนักวิจัยทั่วประเทศ ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้