ข่าวสาร

E2U จาก HITAP เปิดหลังบ้านโครงการ CAST Solar: เจาะลึกมิติการเปลี่ยนผ่านพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย เพื่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความยุติธรรมทางสังคม

จำนวนเข้าชม

114
แชร์ข่าวสารนี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเบสต์ เวสเทิร์น จตุจักร ฝ่ายเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Economics: E2U) จากมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ จัดงานเสวนาหัวข้อ “โครงการประเมินผลประโยชน์ร่วมและความเสี่ยงแฝงในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย” หรือโครงการ CAST Solar อันมจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ครอบคลุมทุกมิติอย่างรอบด้าน

ดร. นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิและนักวิจัยอาวุโส HITAP ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของโครงการและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเสวนา ที่ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ร่วม (co-benefits) และการป้องกันความเสี่ยงแฝง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2593 โดยมีกรอบการวิจัยครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การลดการปล่อยมลพิษ ผลกระทบต่อสุขภาพ ต้นทุนทางเศรษฐกิจ การจัดการขยะแผงโซลาร์ และความยุติธรรมทางพลังงาน

การประชุมได้รับเกียรติจาก คุณกีรติกร นาคสมภพ อดีตบรรณาธิการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS World) เป็นผู้ดำเนินรายการและสังเคราะห์ประเด็นสำคัญของแต่ละหัวข้อการประชุม โดยการประชุมและเสวนาได้เริ่มต้นด้วยการเจาะลึกถึงนโยบาย ภาพรวมกิจกรรม และทิศทางของพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ ผ่านการนำเสนอจากตัวแทนผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญทางพลังงานสะอาด

คุณจารุุวรรณ พิพัฒน์พุฒิพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน นำเสนอเป้าหมายพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้แผนพัฒนาพลังงานทดแทนตามแผน AEDP ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังไฟฟ้า PDP และแผนพลังงานแห่งชาติ NEP ผลักดันให้มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงความท้าทายด้านเทคโนโลยี เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน กฎระเบียบที่ต้องปรับปรุง ไปจนถึงต้นทุนการติดตั้งที่แม้ปัจจุบันค่อนข้างสูง แต่มีแนวโน้มจะลดลงอย่างมากในอีก 5 ปีข้างหน้า คุณชัยยศ หาญอมร ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อธิบายถึงบทบาทและแผนการระยะยาวของ กฟผ. ที่ตั้งเป้าหมายพัฒนาแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 12,015 เมกะวัตต์ ภายในระยะเวลา 20 ปี รวมถึงแผนการพัฒนาโซลาร์ฟาร์ม (solar farm) โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด (floating solar) ใน 6 เขื่อนหลัก และโซลาร์รูฟท็อป (solar rooftop)

คุณรัฐ เรืองโชติวิทย์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านการลดก๊าซเรือนกระจก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำความสำคัญของกรอบ NDC 3.0 ในการเชื่อมโยงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิบัติงานในระดับจังหวัดเข้าด้วยกัน และการจัดทำร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Act) เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย net zero ให้เร็วขึ้นจากพ.ศ. 2608 เป็น พ.ศ.2593 และ รศ.ดร. สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (คสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ และความร่วมมือกับ สปสช. ในการพัฒนาแนวทางการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้อย่างเหมาะสม

สำหรับการประชุมและเสวนาของโครงการประเมินผลประโยชน์ร่วมและความเสี่ยงแฝงจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย หรือ CAST Solar เป็นการนำเสนอทั้งหมด 5 การศึกษา เร่ิมต้นด้วยการศึกษาด้าน “การปลดปล่อยและความเข้มข้นของมลพิษ หรือ Emission and Concentration” โดย ดร. วิศวะ มาลากรรณ นักวิจัยฝ่ายเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม HITAP ศึกษาผลกระทบของฉากทัศน์นโยบายต่อการลดมลพิษทางอากาศและอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ผ่าน 3 ตัวชี้วัด GHGs SLCPs และมลพิษทางอากาศ ดร.ชยุตม์ พินิจค้า นักวิจัย มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP Foundation) นำเสนอการศึกษา “ผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ Health Impact” ถึงผลการวิเคราะห์จำนวนปีสุขภาวะที่ไทยจะได้รับเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด

คุณ Sarin K C หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม HITAP นำเสนอการศึกษาด้าน “ผลกระทบด้านเศรษฐศาสตร์ หรือ Economic Impact” ด้านการประเมินต้นทุนและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภาพรวม ด้วย 2 ระเบียบวิธีวิจัยได้แก่ cost-benefit analysis (CBA) และ dynamic computable general equilibruim (CGE) model รวมถึงการกระจายรายได้ว่ากลุ่มใดได้หรือเสียประโยชน์ ตามด้วยการศึกษาเรื่อง “การกำจัดของเสีย หรือ PV Waste Management)” โดย Prof. Dr. Shabbir H. Gheewala ศาสตราจารย์และหัวหน้าห้องปฏิบัติการการประเมินความยั่งยืนตลอดวัฏจักรชีวิต (LCSAL) บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  ศึกษาเชิงลึกด้านการประเมินวัฏจักรชีวิต หรือ life cycle assessment (LCA) ของระบบผลิตไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้า (solar PV systems) เพื่อหาแนวทางการจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด และลดความเสี่ยงจากการจัดการที่ไม่เหมาะสมในกลุ่มเปราะบาง

ปิดท้ายด้วยการศึกษาด้าน “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานแสงอาทิตย์อย่างเป็นธรรม หรือ Just Transition” โดย Stefan Bößner นักวิจัยอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (SEI) ซึ่งเป็นการศึกษาที่เน้นความสำคัญในมิติมนุษยธรรม โดยมุ่งเน้นประเด็นความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านกรอบแนวคิด JET-18 เพื่อทำความเข้าใจด้านอุปสรรคที่มีต่อการเปลี่ยนผ่านและการระบุแนวทางการแก้ไขอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม

หลังจากการนำเสนอทั้งทิศทางของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และผลการศึกษาจากโครงการ CAST Solar ในช่วงต้น สำหรับช่วงบ่ายของการประชุมได้มีกิจกรรมปฏิบัติการแบบกลุ่มจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองที่สำคัญต่อการเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยการร่วมกันพัฒนาทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change) เพื่อวิเคราะห์หาผลกระทบ ผลลัพธ์ ผลผลิตที่อาจเกิดขึ้นในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับการดำเนินงานวิจัยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย

โครงการประเมินผลประโยชน์ร่วมและความเสี่ยงแฝงในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย หรือ CAST Solar เป็นความร่วมมือพหุภาคีภายใต้การนำของฝ่ายเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม (E2U) ของHITAP โดยมุ่งมั่นผลิตองค์ความรู้เชิงประจักษ์สำหรับสนับสนุนนโยบายพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ และความเท่าเทียมแก่สังคมสืบไป

ชมบันทึกงานเสวนาย้อนหลังได้ที่นี่