31 มีนาคม 2569

การประเมินระยะครึ่งแผนของแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566-2570 เพื่อประเมินการดำเนินงานระยะครึ่งแผนของแผนปฏิบัติการฯ

research cover
จำนวนเข้าชม
34
แชร์งานวิจัยนี้
รหัสโครงการ 68144030RU035L0
ประเทศ
ไทย
ระยะเวลาโครงการ
สิ้นสุด : 31 มีนาคม 2569
สถานะงานวิจัย
เสร็จสิ้น 100%
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
จำนวน 1 ไฟล์
จำนวนดาวน์โหลด
5 ครั้ง
31 มีนาคม 2569

การประเมินระยะครึ่งแผนของแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566-2570 เพื่อประเมินการดำเนินงานระยะครึ่งแผนของแผนปฏิบัติการฯ

เกี่ยวกับโครงการ

เนื้อหา

การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance: AMR) เป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขระดับโลกที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพมนุษย์ สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการส่งออกอาหารและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ประเทศไทยจึงจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) โดยกำหนดเป้าหมาย 6 ข้อและยุทธศาสตร์ 6 ด้าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มอบหมายให้มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ดำเนินการทบทวนระยะครึ่งแผน เพื่อประเมินความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมาย ระบุอุปสรรคและปัจจัยสนับสนุน และจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของแผน รวมถึงการจัดทำแผนฉบับที่ 3

การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานที่เน้นการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลัก ข้อมูลมาจากสามส่วน ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับอาวุโสจากภาคสุขภาพมนุษย์ สุขภาพสัตว์ สิ่งแวดล้อม และภาคการกำกับดูแล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากฐานข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และการทบทวนเอกสารนโยบายและวรรณกรรมวิชาการ คณะผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลตามกรอบแนวคิด PRISM ควบคู่กับแผนภาพวงรอบเหตุและผล (Causal Loop Diagrams) เพื่ออธิบายพลวัตเชิงระบบ ผลการศึกษาได้รับการยืนยันผ่านการประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569

ผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมในหลายด้าน การใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ลดลงร้อยละ 57.6 และการใช้ยาในมนุษย์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ระบบเฝ้าระวังระดับชาติมีความเข้มแข็งเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค และสมรรถนะของระบบผ่านเกณฑ์สากล อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวถูกบั่นทอนจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ปรากฏร่วมกันในทุกเป้าหมาย ได้แก่ กลไกอภิบาลที่ขาดความต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตัวชี้วัดที่ยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ที่แท้จริง การขาดงบประมาณและกำลังคนเฉพาะด้าน การทำงานแบบแยกส่วนระหว่างหน่วยงาน และความเหลื่อมล้ำของศักยภาพระหว่างหน่วยงานขนาดใหญ่กับหน่วยงานระดับพื้นที่ นอกจากนี้ หลักฐานยังชี้ชัดว่ามาตรการที่อาศัยแรงจูงใจ เช่น การจ่ายตามผลงาน การเชื่อมโยงกับระบบรับรองคุณภาพ และข้อกำหนดทางการค้า สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้มากกว่าการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว

การศึกษานี้เสนอให้ฟื้นฟูการประสานงานระดับชาติโดยเร่งด่วน ทำให้ปัญหา AMR เป็นประเด็นที่สาธารณชนมองเห็นและจับต้องได้ นำร่องมาตรการที่อิงแรงจูงใจ และปรับภารกิจของหน่วยงานให้สอดคล้องกับทรัพยากร สำหรับแผนฉบับที่ 3 ควรจัดตั้งองค์กรประสานงานด้าน AMR ที่มีสถานะถาวรและเป็นอิสระทางการเมือง ปฏิรูปโครงสร้างกำลังคน เพิ่มการบังคับใช้กฎระเบียบ และบูรณาการระบบประเมินผลตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบแผน ทั้งนี้ประเทศไทยมีองค์ความรู้และศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอแล้ว สิ่งที่จำเป็นคือระบบอภิบาลที่มั่นคงและต่อเนื่องเหนือวัฏจักรทางการเมือง

ประเภทงานวิจัย
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
แหล่งทุน