เรื่องเด่น

HITAP ร่วมจัดเวทีขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ชี้ การลด Low-Value Care คือกุญแจสู่ความยั่งยืนของระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ

จำนวนเข้าชม

982
แชร์เรื่องเด่นนี้

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ (รางน้ำ) กรุงเทพฯ ในงานประชุมวิชาการระดับชาติด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้หัวข้อ “SAFE Financing: การเงินการคลังเพื่อระบบสุขภาพไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง” มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) หนึ่งใน 17 องค์กรภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพมีบทบาทสำคัญผ่านการเป็นเจ้าภาพหลักใน 2 เวทีหลัก โดยผลักดันประเด็น Low-Value Care เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบให้บริการสาธารณะสุขพร้อมทั้งส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินการคลังของระบบสุขภาพ

Low-Value Care หรือบริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำ คือ บริการสุขภาพที่มีประโยชน์น้อยมากหรือไม่มีเลย อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือเกิดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หรือทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรในระบบสุขภาพโยไม่จำเป็น โดยมีสาเหตุมาจาก 1) การให้บริการที่ไม่เหมาะสมกับข้อบ่งชี้ 2) การให้บริการที่ไม่เหมาะสมกับกลุ่มประชากร 3) การให้บริการที่มีความถี่เกินจำเป็น และ 4) การให้บริการที่ซับซ้อนหรือมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ในขณะที่มีทางเลือกอื่นที่มีประสิทธิผลใกล้เคียงกัน ประเด็นเรื่อง Low-Value Care เป็นหัวข้อที่เชื่อมโยงโดยตรงกับระบบการเงินการคลังที่มีประสิทธิภาพ (Efficiency) หนึ่งในเสาหลักของ SAFE Financing ธีมงานในปีนี้ ที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระบบสุขภาพที่มีทรัพยากรจำกัด

ในเสวนาวิชาการที่ 2 ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ – เวทีอภิปราย: ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะพูดถึงเรื่อง Low-Value Care (LVC)?” ได้จุดประกายคำถามสำคัญว่า ระบบสุขภาพไทยได้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดแล้วหรือไม่ โดยการเสวนาในรูปแบบโต้วาที (debated panel) ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญทั้งจากไทยและต่างประเทศ ได้แก่ Prof. Adam Elshaug (Centre for Health Policy, Melbourne School of Population and Global Health, The University of Melbourne, Australia) พญ. ปิยะธิดา จึงสมาน (รองประธานอนุกรรมการล้างไตทางช่องท้อง สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย) นพ. ปิยะ ศิริลักษณ์ (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1) และคุณเอกวัฒน์ สุวันทโรจน์ (รองประธานชมรมผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียแห่งประเทศไทย) มาแบ่งปันข้อมูลจากสถานการณ์จริงเกี่ยวกับ Low-Value Care พร้อมแลเปลี่ยนมุมมองที่ครอบคลุมทั้งจากฝั่งนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ป่วย  ดำเนินรายการโดยรศ. ดร.วรรณฤดี อิสรานุวัฒน์ชัย และคุณพนิตพรรณ เอี่ยมนนท์ จาก HITAP

ทยากรและภาพบรรยากาศเสวนาวิชาการที่ 2 ซึ่งจัดในรูปแบบโต้วาที
วิทยากรและภาพบรรยากาศเสวนาวิชาการที่ 2 ซึ่งจัดในรูปแบบโต้วาที

Prof. Adam Elshaug เน้นว่า การลด Low-Value Care ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องจัดการ หากระบบสุขภาพต้องการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากบริการที่ไม่ได้ผล ไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย ล้วนเบียดบังโอกาสของบริการที่มีคุณค่าสูงกว่า และยังชี้ว่าปัจจุบันมีเครื่องมือและวิธีการที่สามารถวัดและติดตาม Low-Value Care ได้จริง โดยงานด้านการส่งเสริมและป้องกันโรคและการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (health technology assessment: HTA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นนี้

พญ. ปิยะธิดา จึงสมาน เห็นด้วยกับ Prof. Adam ว่า ในบริบทประเทศไทยการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของระบบสุขภาพคือการส่งเสริมและป้องกันโรค รวมถึงการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่างการขยายสิทธิประโยชน์ด้านการบำบัดทดแทนไต ได้แก่ นโยบาย PD First และการเปิดทางเลือกการฟอกไตให้ผู้ป่วยในปี 2567 ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการ แต่ก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ตั้งใจ จนส่งผลต่อคุณภาพการรักษาและภาระงานของบุคลากร พญ. ปิยะธิดายังเสริมอีกว่า Low-Value Care ในบริบทโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายอาจเกิดจากการเริ่มฟอกไตเร็วกว่าที่จำเป็น ปัจจุบัน ประเทศไทยจึงมีระบบ pre-authorization เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มักมีผลลัพธ์การรักษาที่ไม่ดีนักและภาระค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงการเชื่อมโยงกับการดูแลแบบประคับประคองที่ได้ประโยชน์จริงทั้งต่อตัวผู้ป่วยและระบบ 

นพ. ปิยะ ศิริลักษณ์ นำเสนอกรณีศึกษาของไทยเพื่อลด Low-Value Care ผ่านโครงการ Rational Lab Use ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้บริการที่จำเป็นสามารถดำเนินไปได้อย่างเต็มที่ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด โครงการนี้แสดงให้เห็นว่า แนวทางที่ยืดหยุ่นควบคู่กับการมีระบบสารสนเทศสนับสนุนสามารถช่วยลดการตรวจทางห้องปฏิบัติการซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิผล อีกทั้งยังขยายผลได้จริงเพราะโรงพยาบาลเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง นพ. ปิยะยังย้ำอีกว่าการขับเคลื่อนเรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและการสื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่ต้น พร้อมสะท้อนว่า การลด Low-Value Care ไม่จำเป็นต้องรอความพร้อมของระบบทั้งหมด แต่สามารถเริ่มลงมือทำได้ทันที 

ในมุมมองของผู้ป่วย คุณเอกวัฒน์ สุวันทโรจน์ สะท้อนว่า Low-Value Care ในโรคฮีโมฟีเลียไม่ได้เกิดจากตัวบริการหรือยาที่มีราคาสูงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดได้จากการสื่อสารและการให้ข้อมูลที่ไม่เพียงพอ การเสริมสร้างความรู้ให้ผู้ป่วยช่วยให้สามารถใช้ยาได้อย่างคุ้มค่าและดูแลตนเองได้ดีขึ้น ขณะที่การจัดระบบการรับยาผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลใกล้บ้านยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง พร้อมย้ำว่าการส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีบทบาทในกระบวนการรักษาคือหนึ่งในการลด Low-Value Care อย่างยั่งยืน 

ในเวทีเสวนาระดมสมองห้องย่อย HITAP ได้จัดการเสวนาภายใต้หัวข้อ “Low-Value Care: ความท้าทายต่อระบบสุขภาพและการเงินการคลัง และหนทางสู่การเปลี่ยนแปลง” โดยในช่วง Panel Discussion ได้รับเกียรติจาก พญ.ณัชชา ปิ่นเจริญ (ราชวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย) น.ต.นพ.กำปั่นทอง ตั้งวีระพงษ์ (สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย) และคุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล (คณะอนุกรรมการสภาผู้บริโภค) ร่วมชี้ให้เห็นถึงความท้าทาย รวมถึงโครงสร้างของปัญหาเรื่อง Low-Value Care ในไทย โดยสาเหตุที่ก่อให้เกิด Low-Value Care มาจากหลากหลายปัจจัย เช่น วัฒนธรรมระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยแบบไทยที่แพทย์มีแนวโน้มตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย ความเหลื่อมล้ำทางข้อมูลที่ผู้ป่วยไม่มีความรู้เท่าเทียมกับแพทย์ การแพทย์เชิงรับ (defensive medicine) อันเนื่องจากความกังวลด้านกฎหมาย ทำให้แพทย์เลือกให้บริการเกินความจำเป็น รวมถึงการใช้วิธีการรักษาใหม่ (new treatment) ตามแนวปฏิบัติทางคลินิก โดยที่ยังขาดหลักฐานยืนยันความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในบริบทประเทศไทย 

ช่วง Panel Discussion ในเวทีเสวนาระดมสมองห้องย่อย ร่วมกับ พญ.ณัชชา ปิ่นเจริญ น.ต.นพ.กำปั่นทอง ตั้งวีระพงษ์ และ คุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล ดำเนินรายการโดย คุณภิชารีย์ กรุณายาวงศ์
ช่วง Panel Discussion ในเวทีเสวนาระดมสมองห้องย่อย ร่วมกับ พญ.ณัชชา ปิ่นเจริญ น.ต.นพ.กำปั่นทอง ตั้งวีระพงษ์ และ คุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล ดำเนินรายการโดย คุณภิชารีย์ กรุณายาวงศ์

วงจรของ Low-Value Care ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย โดยเริ่มต้นจากการให้บริการสุขภาพที่มีคุณค่าต่ำ นำมาซึ่งความสูญเปล่าทางการเงิน และสร้างแรงผลักดันให้เกิดความต้องการใช้บริการโดยไม่จำเป็น สิ่งนี้นำไปสู่ ความแออัดในระบบบริการ และเบียดเบียนโอกาสการเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นของผู้ป่วยเร่งด่วน เมื่อเกิดช่องว่างดังกล่าว การแก้ไขปัญหาด้วยการนำเข้าเทคโนโลยีราคาแพงสู่หน่วยบริการภายนอก ก็ทำให้ระบบขาดกลไกการควบคุมคุณภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากหัตถการหรือยาที่ไม่จำเป็น และบุคลากรทางการแพทย์ต้องแบกรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่บ่อนทำลายความมั่นคงทางการคลังของระบบสุขภาพไทย การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องเริ่มจากทุกภาคส่วน เริ่มต้นได้ด้วยการตั้งคำถามถึงความจำเป็นของการรักษา เลือกบริการเป้าหมาย 1-2 บริการในองค์กรมาลงมือแก้ไข และเปลี่ยน KPI จากการวัดปริมาณเป็นการวัดผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ผู้ป่วยได้รับจริง โดยเน้นว่าหากไม่แก้ไขปัญหานี้ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ 

นอกจากนี้ นพ.พีรสิชฌ์ สิทธิรัตน์ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า 50% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพใน 2 ปีสุดท้ายของชีวิต เกิดขึ้นในช่วงเพียง 3 เดือนสุดท้าย ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการจัดการ Low-Value Care กลยุทธ์สำคัญคือ การส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) ตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนที่เข้าข่าย Low-Value Care ในช่วงท้ายชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ในบริบทนานาชาติ Prof. Adam Elshaug จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ยืนยันว่า ปัญหา Low-Value Care ยังคงเป็นเรื่องซับซ้อนแม้ในประเทศที่มีรายได้สูง (High-income country) และมีทรัพยากรปริมาณมาก การใช้จ่ายเงินจำนวนมากไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีเสมอไป การเริ่มต้นแก้ไขปัญหานี้จึงต้องคำนึงถึงการสื่อสารที่ทุกคนเข้าใจและยอมรับร่วมกัน และการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย โดยความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เร็ว หากมีการนำบทเรียนสากลมาปรับใช้และมีนโยบายที่เข้มแข็งคอยสนับสนุน 

นพ.พีรสิชฌ์ สิทธิรัตน์ และ Prof. Adam Elshaug ร่วมเสวนาในประเด็น Low-Value Care

การประชุมวิชาการฯ ครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ HITAP ได้ใช้เป็นเวทีในการยกระดับประเด็น Low-Value Care ให้กลายเป็นวาระระดับชาติ เพื่อระดมความคิดร่วมกันในการปรับเปลี่ยนระบบสุขภาพที่มุ่งเน้น คุณค่า (value-based healthcare) และสร้างความมั่นคงให้กับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทย 

อ่าน factsheet และ policy brief เกี่ยวกับ Low-Value Care ได้ที่นี่ @lowvaluecare | Linktree