ข่าวสาร

ELVE–HITAP จัดเวิร์กชอป Policy Brief รุ่นที่ 2 พร้อมเปิดมุมมองการพาหลักฐานไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบาย

จำนวนเข้าชม

33
แชร์ข่าวสารนี้

ELVE ฝ่ายสื่อสารองค์กร HITAP จัด “Policy Brief Workshop: สื่อสารอย่างไรให้ทรงพลัง รุ่นที่ 2” ชวนนักวิจัยและผู้ทำงานด้านนโยบายพัฒนาทักษะการสื่อสารงานวิจัยผ่าน Policy Brief พร้อมเปิดมุมมองว่า เมื่อเขียน Policy Brief แล้ว จะทำอย่างไรให้หลักฐานเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

เมื่อวันที่ 1–2 ตุลาคม 2569 ELVE ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) จัด “Policy Brief Workshop: สื่อสารอย่างไรให้ทรงพลัง รุ่นที่ 2” ณ สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารงานวิจัยให้กับผู้ที่ทำงานด้านนโยบายและผู้ที่สนใจ โดยเน้นทั้งการเรียนรู้หลักการและการลงมือปฏิบัติจริง

Policy Brief (บทสรุปเชิงนโยบาย) เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจประเด็นปัญหา หลักฐานที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอแนะสำหรับการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบาย อย่างไรก็ดี แม้การมีหลักฐานงานวิจัยที่มีคุณภาพจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่การนำเสนอข้อมูลเหล่านั้นให้ผู้อ่านเข้าใจและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้ จำเป็นต้องอาศัยทักษะการสื่อสารที่เหมาะสมด้วย ในเวิร์กชอปนี้ผู้เข้าร่วมจึงได้เรียนรู้ตั้งแต่หลักพื้นฐานการสื่อสาร องค์ประกอบของ Policy Brief ที่ดี ตลอดจนถึงการเขียนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้คมชัด พร้อมทดลองพัฒนา Policy Brief จากงานวิจัยจริงและรับข้อเสนอแนะเพื่อนำกลับไปต่อยอดกับงานของตนเอง

นอกจากการเรียนรู้ว่า Policy Brief ที่ดีควรเป็นอย่างไร เวิร์กชอปนี้ยังขยับไปสู่คำถามที่ใหญ่ขึ้นว่า เมื่อมีหลักฐานอยู่ในมือแล้ว จะทำอย่างไรให้งานวิจัยเดินทางต่อไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายได้จริง งานนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองจากทั้งฝั่งงานวิจัยและนโยบาย

“ไม่มีใครอยากทำงานวิชาการเพื่อให้มันอยู่ในกระดาษ อยู่ในห้องสมุด แม้กระทั่งมันไปอยู่ในวารสารระดับโลกที่อาจจะมีคนอ้างอิงเยอะแยะ แต่มันไม่เกิดอะไรขึ้นเลย อันนี้คือหลักการที่อยากให้เราเห็นตรงกันก่อน ขอให้คิดเรื่องพวกนี้ตั้งแต่บัดนี้ว่า งานของเรานี่ต้อง solid ถ้ามันไม่ solid มันขายไม่ได้”

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ก่อนจะคิดว่าจะสื่อสารงานวิจัยอย่างไร งานวิจัยต้องมีหลักฐานที่แข็งแรง (solid) เพราะหากข้อเสนอแนะเชิงนโยบายยังกว้างเกินไป หรือไม่สามารถชี้ให้เห็นได้ว่าผลการศึกษาจะนำไปสู่อะไร ก็ยากที่ผู้กำหนดนโยบายจะนำไปใช้ต่อ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจึงไม่ควรบอกแค่ว่า ควรพัฒนา หรือ ควรส่งเสริม แต่ควรคิดต่อไปถึงทางเลือก รูปแบบ หรือกลไกที่สามารถนำไปดำเนินการได้จริง รวมถึงในบางกรณีอาจต้องทดลองให้เห็นก่อนว่าแนวทางที่เสนอนั้นมีความเป็นไปได้ เพื่อช่วยลดความไม่แน่นอนในการตัดสินใจ

ขณะเดียวกัน หลักฐานที่ดีต้องแปลให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้รับสารเข้าใจและใช้ได้ นพ.ศุภกิจจึงชี้ให้เห็นความสำคัญของ Policy Broker หรือ Policy Mediator ซึ่งช่วยเชื่อมระหว่างภาษาของนักวิชาการกับภาษาของผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงความสำคัญของจังหวะเวลา เพราะต่อให้งานวิจัยมีคุณค่า หากไม่สามารถตอบคำถามได้ในช่วงเวลาที่ผู้กำหนดนโยบายต้องตัดสินใจ หลักฐานนั้นก็อาจพลาดโอกาสในการได้นำไปใช้

อย่างไรก็ตาม แม้หลักฐานจะแข็งแรงและ Policy Brief จะสื่อสารได้ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อเสนอแนะเหล่านี้จะกลายเป็นนโยบายเสมอไป นพ.สมศักดิ์ชวนมองต่อไปถึงบริบทของการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพราะผู้กำหนดนโยบายแต่ละคนมีโจทย์ ข้อกังวล และคำถามที่แตกต่างกัน นักวิจัยจึงต้องเข้าใจว่ากำลังสื่อสารกับใคร และข้อมูลแบบใดที่ผู้รับสารต้องการเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ

“พวกเราไปเสนอนโยบายให้กับผู้มีอำนาจ กรุณาทำความรู้จักผู้มีอำนาจด้วยว่าเป็นใคร พวกเราพูดเสมอว่าเสนอนักการเมือง เสนอนโยบาย เสนอรัฐมนตรี แต่ทุกคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็มีมุมมอง หรือคำถามไม่เหมือนกัน การเสนอข้อนโยบายจำนวนไม่น้อย มันผ่าน Policy Analyst ก่อน ไม่ได้ไปถึงนักการเมืองโดยตรง”

และแม้ข้อเสนอจะกลายเป็นนโยบายแล้ว ก็ยังมีโจทย์ของการนำไปปฏิบัติต่อ การกำหนดนโยบายขึ้นมาไม่ได้หมายความว่านโยบายนั้นจะเกิดผลตามที่คาดหวัง แต่ยังต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้คน กลไก และทรัพยากรในระบบขยับไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะผ่านงบประมาณ กฎหมาย หรือเครื่องมือและแรงจูงใจอื่น  ๆ รวมถึงเมื่อมีการนำนโยบายไปใช้แล้ว ยังต้องศึกษาต่อว่าสิ่งที่ออกแบบไว้ทำงานได้ตามที่ตั้งใจหรือไม่ และควรปรับปรุงอย่างไร

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ กระบวนการนำหลักฐานไปสู่นโยบายจึงไม่ใช่งานที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วจบ นพ.สมศักดิ์ตั้งข้อสังเกตว่างานวิจัยพัฒนานโยบายจำนวนไม่น้อยมักสิ้นสุดลงพร้อมกับโครงการ ทั้งที่การนำหลักฐานไปใช้ต้องอาศัยการทำงานอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจบริบท การหาโอกาสในการสื่อสารและสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจ และพร้อมเปิดรับว่าข้อเสนอที่นักวิจัยเห็นว่าเหมาะสมที่สุด อาจยังต้องปรับเมื่อเข้าสู่กระบวนการนโยบายจริง 

มุมมองจากทั้งสองวิทยากรช่วยเติมเต็มการเรียนรู้ในเวิร์กชอปครั้งนี้ จากการฝึกเขียนและออกแบบ Policy Brief ให้สื่อสารงานวิจัยได้อย่างชัดเจน ไปสู่การมองเห็นขั้นตอนต่อไปว่า จะทำอย่างไรให้ข้อเสนอเชิงนโยบายเข้าถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ และมีโอกาสนำไปใช้ประโยชน์จริง

Policy Brief Workshop: สื่อสารอย่างไรให้ทรงพลัง รุ่นที่ 2 จัดขึ้นโดย ELVE ฝ่ายสื่อสารองค์กร HITAP ซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนา Policy Brief มากกว่า 200 ฉบับ โดยมุ่งให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง เพื่อนำทักษะและมุมมองที่ได้รับกลับไปต่อยอดกับงานวิจัยของตนเอง

ผู้สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Policy Brief Workshop รุ่นต่อไป หรือใช้บริการให้คำปรึกษาและพัฒนางานสื่อสารวิจัยของ ELVE สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.elve.world/th หรืออีเมล [email protected]

คำค้น
ผู้เขียน
HITAP