สถิติอุบัติเหตุและยอดผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเริ่มชะงักตัว รวมทั้งการเมืองโลกกำลังส่งผลกระทบแฝงต่อสังคมไทย ประเด็นเหล่านี้คือข้อสังเกตที่ไม่อาจมองข้าม เมื่อต้องประเมินผลกระทบ ‘นโยบายผ่อนคลายการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 180 วัน’
ท่ามกลางการจับตามองของสังคมต่อนโยบายผ่อนคลายการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งทดลองบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) เดินหน้าติดตามและประเมินผลสถานการณ์ดังกล่าว โดยจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อสร้างพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างรอบด้าน โปร่งใส และตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ ก่อนนำไปสู่การตัดสินใจว่านโยบายนำร่องนี้จะถูกขยายผลต่อไปหรือไม่
แม้หลักฐานเชิงประจักษ์จะยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่สามารถสรุปผลได้ทันที ทั้งมิติด้านสุขภาพที่ผลกระทบเชิงลบยังไม่ปรากฏชัด และมิติด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่พบผลกระทบเชิงบวก แต่ในวงอภิปรายได้หยิบยกข้อสังเกตที่น่าสนใจ อาทิ สถิติอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตบนท้องถนนที่เคยลดลงต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่หลังจากมีการบังคับใช้นโยบาย แนวโน้มดังกล่าวกลับหยุดนิ่ง ซึ่งอาจสะท้อนผลกระทบเชิงลบจากนโยบาย รวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้น ก็อาจเป็นตัวแปรที่ทำให้ผลกระทบของนโยบายยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน
การหารือแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ อาทิ สวรส. กรมควบคุมโรค ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) มูลนิธิเมาไม่ขับ กรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ และนำมาสู่การจัดลำดับความสำคัญของมาตรการร่วมที่ทุกภาคส่วนเห็นพ้องว่าควรดำเนินการ 10 มาตรการ เพื่อลดความเสี่ยงผลจากกระทบด้านลบของนโยบาย ควบคู่ไปกับการรักษาโอกาสในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ไม่ว่านโยบายนำร่องนี้จะขยายผลต่อไปหรือไม่ก็ตาม ประกอบด้วย
- เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราการตั้งด่าน การตรวจระดับแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่
- ส่งเสริมสถานประกอบการในการควบคุมพฤติกรรมผู้ดื่ม เช่น ห้ามขายให้คนเมา ห้ามขายให้คนขับรถ
- กำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเข้มงวดและทั่วถึง เพื่อให้ครอบคลุมสถานประกอบการทุกประเภท รวมถึงร้านค้าปลีกขนาดย่อย
- การคุมเข้มกฎหมายห้ามจำหน่ายในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเยาวชน
- การคุมเข้มกฎหมายโฆษณา โดยเฉพาะเยาวชน และช่องทางออนไลน์
- จำกัดการขยายเวลาจำหน่ายตามโซนนิ่ง (zoning)
- กำหนดมาตรการเพื่อลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้บริโภค เช่น ยุติการดื่มก่อนหมดเวลาจำหน่าย จัดบริการน้ำดื่ม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- การปรับระบบใบอนุญาตขับขี่แบบขั้นบันได และการพักใช้ใบอนุญาตอย่างเข้มงวด
- จัดตั้งระบบติดตามและประเมินผลด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง
- ใช้ราคาหรือภาษีควบคุมการบริโภค
ข้อเสนอแนะนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนาวิชาการ โครงการ “การสังเคราะห์หลักฐานเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายจากการประเมินผลกระทบการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 180 วันในประเทศไทย” โดย HITAP ภายใต้การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเบสต์ เวสเทิร์น จตุจักร โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปศึกษาวิจัยต่อไป เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง และสร้างประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย