การขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความรู้และความเชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) นำโดยทีมวิจัยจากฝ่ายวิจัยนโยบายและการวิเคราะห์ข้อมูล (Policy Research & Data Analytics Unit หรือ P&D) และฝ่ายประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพื่อการผลิตนวัตกรรม (MIDAS) จึงได้จัดกิจกรรม Journal Club ในหัวข้อ NLEM x UCBP x Innovation List เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างศักยภาพด้านการนำงานวิจัยมาใช้ในการสนับสนุนกระบวนการพัฒนาสิทธิประโยชน์ ให้กับบุคลากรภายใน HITAP โดยได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ช่วงหลัก ดังนี้
1. การพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ (National List of Essential Medicine: NLEM)
บัญชียาหลักแห่งชาติถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการด้านยาของประเทศ เพื่อสร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้ประชากรไทยภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพทั้ง 3 สิทธิสามารถเข้าถึงยาที่มีความจำเป็นได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน ที่ผ่านมาบัญชียาหลักฯ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานของระบบสาธารณสุขไทยที่ปรับเปลี่ยนไปยุคสมัย โดยจากเดิมที่พิจารณาในด้านความปลอดภัย ประสิทธิศักย์ และต้นทุน สู่การนำหลักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข (health economics) ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ่ในปัจจุบัน บัญชียาหลักฯ ประกอบด้วยรายการยากว่า 800 รายการ (มากกว่า 1,200 รูปแบบและขนาดบรรจุ) โดยมีการปรับปรุงและทบทวนรายการยาอย่างต่อเนื่องให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
การบรรจุรายการยาเข้าสู่บัญชียาหลักฯ ผ่านการพิจารณาด้วยมุมมองที่หลากหลาย (รูปที่ 1) เพื่อสร้างผลประโยชน์และความเป็นธรรมให้กับทั้งบุคลากรสาธารณสุข ผู้ป่วย และภาระงบประมาณของประเทศ
กระบวนการพัฒนาบัญชียาหลักฯ ยังได้มีการปรับตัวให้ทันสมัย (modernization) ด้วยการทำงานเชิงรุก โดย HITAP ได้มีส่วนร่วมสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ทั้งในส่วนของการทบทวนระยะเวลาและข้อจำกัดที่ทำให้การศึกษาวิจัยในอดีตใช้เวลานาน จนนำไปสู่การพัฒนากระบวนการและเครื่องมือใหม่ ๆ ได้แก่
- การปรับเปลี่ยนกระบวนการประเมินที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อช่วยย่นระยะเวลาการศึกษาวิจัยให้ระบบยาของประเทศสอดรับต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที ในกรณีที่มีฐานข้อมูลเดิมหรือข้อมูลจากต่างประเทศเพียงพอ จากการศึกษาแบบเต็มรูปแบบ (full health technology assessment (HTA)) มาเป็นการประเมินแบบรวดเร็ว (rapid HTA)
- การพัฒนาแบบประเมิน Rubric Score เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข และลดระยะเวลาในการทบทวนของคณะทำงานให้มีความกระชับและเป็นระเบียบวิธีเดียวกัน ตลอดจนการลดความซับซ้อนและช่องว่างในการสื่อสารระหว่างผู้วิจัยและผู้ตรวจประเมิน
นอกจากนี้ ทีมวิจัย HITAP ยังได้รับมอบหมายให้ศึกษาและทบทวนกระบวนการเปิดรับข้อมูลจากภาคเอกชนในต่างประเทศ โดยดำเนินงานต่อเนื่องเป็นโครงการนำร่อง Private Sector-led Submission (PLS) ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมส่งข้อมูลความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเชิงนโยบายได้โดยตรง ภายใต้การกำกับดูแลของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแลคุณภาพงานวิจัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการนำยาใหม่เข้าสู่ระบบ อีกทั้งยังช่วยลดภาระงานวิจัยของภาครัฐอีกด้วย
2. การพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (Universal Coverage Benefit Package: UCBP)
UCBP เป็นกระบวนการเพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ยา โดยครอบคลุมตั้งแต่หัตถการทางการแพทย์ ครุภัณฑ์และวัสดุอุปกรณ์ ไปจนถึงระบบการบริหารจัดการบริการที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชากร โดยมีหัวใจสำคัญคือการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และการประเมินอย่างรอบด้าน ซึ่งมีหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ความเป็นระบบ ความโปร่งใส การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และการมีส่วนร่วม
UCBP ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก (รูปที่ 2) เริ่มต้นจากการเปิดรับข้อเสนอจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้โจทย์การวิจัยตอบสนองความต้องการที่แท้จริง แต่เนื่องด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การจัดลำดับความสำคัญเพื่อคัดเลือกหัวข้อเข้าสู่การศึกษาวิจัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกหัวข้อ 6 เกณฑ์สำคัญในการพิจารณา ได้แก่ จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ความรุนแรงของโรคหรือปัญหาสุขภาพ ประสิทธิผลของเทคโนโลยีที่เสนอ ความแตกต่างในทางปฏิบัติ ผลกระทบทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ตลอดจนด้านความเป็นธรรมและประเด็นทางสังคมและจริยธรรม
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการศึกษาวิจัย ได้ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้รูปแบบการประเมินที่ยืดหยุ่นตามความเร่งด่วน (rapid review และ rapid HTA) ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงระบบ (feasibility) เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะเข้าถึงบริการได้จริง ก่อนจะเข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่พิจารณาทั้งในด้านความคุ้มค่า ผลกระทบด้านงบประมาณ ความพร้อมของระบบบริการ แนวทางเวชปฏิบัติ และความเป็นไปได้เชิงจริยธรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อระบบสุขภาพในภาพรวมอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ในฐานะหน่วยงานวิจัยด้านนโยบายสุขภาพของประเทศ HITAP ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานดังกล่าว ตั้งแต่การสนับสนุนกระบวนการวิจัย การประเมินความคุ้มค่า ตลอดจนการสังเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
3. บัญชีนวัตกรรม (Innovation List)
รัฐบาลไทยได้จัดตั้งบัญชีนวัตกรรมไทย (Thai Innovation List) ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพึ่งพาตนเอง โดยการผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และกระตุ้นผู้ประกอบการไทยให้หันมาผลิตผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นนวัตกรรมซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าแบบดั้งเดิม ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบัญชีนี้ โดยมีรายการยาและวัสดุทางการแพทย์รวมกว่า 480 รายการ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายการนวัตกรรมทั้งหมด
ภาครัฐได้มีมาตรการสร้างแรงจูงใจด้วยการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจงและตั้งเป้าหมายการจัดซื้อนวัตกรรมไทยให้ได้ร้อยละ 30 อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติยังคงเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งในด้านข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป้าหมายดังกล่าวยังไม่มีสภาพบังคับ ประกอบกับความกังวลของหน่วยงานจัดซื้อต่อการตรวจสอบเนื่องจากปัญหาราคาสินค้านวัตกรรมของไทยที่สูงกว่าสินค้านำเข้าที่มีอยู่แล้วในท้องตลาด อีกทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เป็น SME ยังเผชิญความท้าทายในการควบคุมต้นทุนและสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าเมื่อเทียบกับการนำเข้า นอกจากนี้ ผลการศึกษาของฝ่าย MIDAS ยังพบข้อสังเกตเรื่องนวัตกรรมเทียม ที่เน้นเพียงการจดเครื่องหมายการค้าแทนการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก ซึ่งสะท้อนถึงวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ที่อาจยังไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของระบบสุขภาพในระยะยาวอย่างแท้จริง
ข้อมูลเชิงวิเคราะห์จากฝ่าย MIDAS ชี้ให้เห็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญ โดยนวัตกรรมไทยที่สามารถก้าวเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ภาครัฐทั้ง NLEM และ UCBP จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว HITAP จึงมุ่งขับเคลื่อนแนวทางเชิงรุกเพื่อยกระดับนวัตกรรมไทยสู่ระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน ดังนี้
- สนับสนุนการรับรองนวัตกรรมไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานเป็นลำดับแรก เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเบิกจ่าย
- สนับสนุนการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพในระยะพัฒนานวัตกรรม หรือ early HTA เพื่อประเมินความคุ้มค่าตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมด้านหลักฐานวิชาการ และย่นระยะเวลาการนำสินค้าเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- มุ่งวิจัยและกำหนดเกณฑ์มาตรฐานที่รัดกุมร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนแบรนด์ไทยกับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง
นอกจากการบรรยายใน 3 ประเด็นหลักแล้ว ช่วงการอภิปรายยังเปิดพื้นที่ให้วิทยากรและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหลากหลายฝ่ายได้แลกเปลี่ยนและตอบข้อซักถามร่วมกัน ซึ่งตอบโจทย์วัตถุประสงค์หลักในการสร้างความเข้าใจเชิงระบบร่วมกันในทุกระดับ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมเสนอหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับเวทีครั้งถัดไป อันสะท้อนถึงการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องขององค์กรอย่างแท้จริง
กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมสร้างศักยภาพนักวิจัยภายในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพอย่างบูรณาการ เพราะการเข้าใจกลไกเชิงระบบอย่างรอบด้าน จะช่วยให้นักวิจัยสามารถวางแผนการศึกษาได้อย่างแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่ใช้ได้จริง โปร่งใส และสร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน