Policy Brief
Policy Brief ฉบับที่ 227

งานวิจัยจากภาคเอกชนในบัญชียาหลักแห่งชาติ: โอกาสและความท้าทายที่ควรพิจารณา

จำนวนเข้าชม
47
แชร์ Policy Brief นี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
PDF
รายละเอียดเพิ่มเติม
  • การเปิดรับงานวิจัยด้านการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข (economic evaluation: EE) และการวิเคราะห์ผลกระทบด้านงบประมาณ (budget impact analysis: BIA) ที่ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการวิจัยเอง และ/หรือเป็นผู้ให้ทุนทำวิจัย (private sector-led submissions: PLS) เป็นกลไกที่ช่วยเพิ่มบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน นอกเหนือจากการเข้าประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสนับสนุนกระบวนการพิจารณายาเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ (National List of Essential Medicine: NLEM) ปัจจุบัน การศึกษา EE และ BIA จะดำเนินการโดยทีมวิจัยภายใต้กระบวนการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติเท่านั้น ในปี พ.ศ. 2568 คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติได้พิจารณาความเป็นไปได้ของ PLS โดยหวังว่าจะเป็นหนึ่งในวิธีที่เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการดังกล่าว
  • PLS ช่วยให้ภาครัฐเข้าถึงข้อมูลยาใหม่ได้เร็วขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการประเมินยา และอาจช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้ไวขึ้น แต่ก็มีข้อควรระวัง เช่น ความสมํ่าเสมอของคุณภาพงานวิจัย ข้อมูลที่ใช้ในแบบจำลอง และความจำเป็นของการมีระบบจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนที่โปร่งใสและเป็นกลาง
  • อย่างไรก็ตาม หากนำ PLS มาใช้กับ NLEM ในประเทศไทย จำเป็นต้องมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนในการรับงานวิจัยจากภาคเอกชนให้สอดคล้องกับกระบวนการพิจารณายาในปัจจุบัน รวมถึงมีระบบติดตามและประเมินผลที่เหมาะสม

PDF