การเฟ้นหานวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทยที่มีศักยภาพในการขยายผลเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
การเฟ้นหานวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทยที่มีศักยภาพในการขยายผลเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เกี่ยวกับโครงการ
การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง อย่างไรก็ตาม แม้งานวิจัยด้านการแพทย์ของไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่นวัตกรรมจำนวนมากยังไม่สามารถต่อยอดสู่การใช้จริงหรือเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระบบสนับสนุนการวิจัยและการขยายผลนวัตกรรม
โครงการ “การเฟ้นหานวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทยที่มีศักยภาพในการขยายผลเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” จึงจัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมนวัตกรรมทางการแพทย์ในระยะพัฒนา ผ่านเวทีประกวด MIDAS Medical Innovation Hackathon 2025 และนำมาวิเคราะห์ศักยภาพโดยใช้กรอบแนวคิด Early Health Technology Assessment (early HTA) และ Profiting from Innovation (PFI) เพื่อประเมินความสอดคล้องกับความต้องการของระบบสุขภาพ ศักยภาพเชิงเทคโนโลยี และโอกาสเชิงพาณิชย์
ผลการศึกษาพบว่า นวัตกรรมจำนวนมากยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย แม้ว่าจะมีบางส่วนที่มุ่งแก้ปัญหาโรคที่มีภาระสูง เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรคไต ขณะเดียวกัน นวัตกรรมส่วนใหญ่ยังขาดการวางแผนด้านการนำไปใช้จริงและเชิงพาณิชย์ เช่น การจดสิทธิบัตร การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ เครือข่ายธุรกิจ และการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ
อุปสรรคสำคัญของนักพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ การขาดแคลนทุนวิจัย ปัญหาด้านเทคนิค การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ และการเข้าถึงตลาด ขณะที่ความต้องการหลักคือ การสนับสนุนด้านเงินทุน การพัฒนาธุรกิจ และการเชื่อมโยงตลาด สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบสนับสนุนนวัตกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่งานวิจัยจนถึงการผลักดันเชิงนโยบายและธุรกิจ
โครงการยังได้ดำเนินการประเมินเทคโนโลยีภายใต้กรอบการประเมิน Early HTA สำหรับนวัตกรรมที่มีศักยภาพสูงจากงาน MIDAS Medical Innovation Hackathon 2025 เพื่อเป็นต้นแบบในการกำหนดคุณลักษณะเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของนวัตกรรมในบริบทประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางเชิงนโยบาย เช่น การเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน ส่งเสริมการจดสิทธิบัตรและการประเมินเศรษฐศาสตร์สุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อผลักดันนวัตกรรมสู่ระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน