logo
  • มองผ่านงานวิจัย “สุขภาพเด็กไทย 2019” อยู่ตรงไหน?

    มองผ่านงานวิจัย “สุขภาพเด็กไทย 2019” อยู่ตรงไหน?

    มีคำกล่าวที่ว่า เด็กคืออนาคตของชาติ อนาคตของประเทศจะดีหรือแย่ขึ้นอยู่กับพวกเขา ทว่าสุขภาพของพวกเขาตอนนี้เป็นอย่างไร ถูกละเลยเรื่องไหน กำลังได้รับการแก้ไขเรื่องใด เราต้องระวังโรคใดบ้างสำหรับสุขภาพเด็กไทย 2019 งานวิจัยนโยบายสุขภาพอาจตอบปัญหาได้บางส่วน แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ทุกคนในสังคมต้องร่วมมือกันเพื่อให้สุขภาพเด็กไทยดีกว่าที่เป็นมา   “อนามัยโรงเรียน” สุขภาพกับการเรียนในวัยที่ห้ามมองข้าม เพราะสุขภาพที่ดีมีส่วนช่วยให้การเรียนดีขึ้น แต่เด็กอาจไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพ ผลการเรียนที่ย่ำแย่อาจมาจากการที่เด็กไม่รู้ตัวว่ามีปัญหาสุขภาพ งานอนามัยโรงเรียนที่มีหน้าที่คอยสอดส่องดูแลสุขภาพของเด็กๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่แม้หลายภาคส่วนจะพยายามดำเนินการเพื่อส่งเสริมสุขภาพเด็กนักเรียน แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังถูกละเลย บริการอนามัยโรงเรียนก็ประสบปัญหาหลายด้าน เช่น ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานในภาคการศึกษาและสาธารณสุข ขาดความตระหนักถึงความสำคัญ บุคลากรไม่เพียงพอ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงดำเนิน “โครงการสนับสนุนการเข้าถึงบริการอนามัยโรงเรียน” โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการให้บริการอนามัยโรงเรียนโดยหน่วยงานของท้องถิ่นเพื่อดูแลสุขภาพนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในปี 2560 งานวิจัย “การประเมินผลโครงการสนับสนุนการเข้าถึงบริการอนามัยโรงเรียน โดยความร่วมมือของท้องถิ่น” พบว่า โครงการดังกล่าวช่วยกระตุ้นให้เกิดการดำเนินนโยบาย ช่วยปลดล็อกปัญหาหลายอย่าง ทำให้มีความชัดเจนในการแก้ปัญหามากขึ้น แต่ยังคงมีข้อจำกัดหลายอย่างซึ่งยังต้องทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันพัฒนาต่อไป ทั้งในเรื่องทรัพยากรที่มีจำกัด การบริหารจัดการตลอดกระบวนการ การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การพัฒนาบุคลากรโดยจัดอบรมเพื่อเพิ่มกำลังคนนั้น แม้จะทำให้ครูมีส่วนร่วมกับงานอนามัยโรงเรียนมากขึ้น แต่ก็ยังชัดเจนไม่เพียงพอ http://www.hitap.net/documents/169278     “ควบคุมโฆษณาอาหาร” ป้องกันเด็กจากโรคอ้วน หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนในเด็กก็คือพฤติกรรมการกิน ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

  • เรียกคืนใบขับขี่ – ตรวจสายตาผู้สูงอายุ ป้องกันอุบัติเหตุได้

    เรียกคืนใบขับขี่ – ตรวจสายตาผู้สูงอายุ ป้องกันอุบัติเหตุได้

    “ผู้สูงวัยขับรถชน” คือโศกนาฏกรรมบนท้องถนนที่ชวนให้สังคมตั้งคำถาม เราควรทำอย่างไร? กฎเกณฑ์ที่เป็นอยู่ควรแก้ไขหรือไม่? และคำถามดังกล่าวคงจะยิ่งสำคัญขึ้นเพราะประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุแล้ว โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึงร้อยละ 17 ของประชากรทั้งหมด และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ คือมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด เทียบให้ชัด ในประเทศอาเซียนเรามีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับสอง เป็นรองเพียงประเทศสิงคโปร์เท่านั้น ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนอันเป็นผลมาจากสังคมสูงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม HITAP ขอเปิดบทความวิชาการ “ประสิทธิผลและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของมาตราการตรวจคัดกรองสุขภาพเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจราจรทางถนน (2556)” เผยถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น มาตรการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนมีอยู่หลายแนวทาง ไม่มีมาตรการใดสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด งานวิจัยของ HITAP ชิ้นนี้ศึกษาในประเด็นด้านการคัดกรองสุขภาพเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น โดยกระบวนการวิจัยมีการศึกษาแนวทางในต่างประเทศและประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวจนได้มาเป็นข้อแนะนำสำหรับประเทศไทยในที่สุด (สามารถติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.hitap.net/documents/18712)   นโยบายของต่างประเทศเป็นอย่างไร? มาตรการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ในส่วนที่ HITAP ทำการศึกษานั้นได้มีการศึกษาสำรวจแนวทางการคัดกรองที่ช่วยลดอุบัติเหตุในแต่ละประเทศ โดยในประเด็นที่เกี่ยวกับสุขภาพและผู้สูงอายุมีดังนี้ สหรัฐอเมริกา กำหนดให้ต้องยื่นใบตรวจสุขภาพที่ตรวจโดยแพทย์ประกอบด้วย การตรวจความชัดเจนในการมองเห็น การวัดลานสายตาและแฟ้มประวัติสุขภาพซึ่งแต่ละรัฐมีเกณฑ์ต่างกัน เช่น ในรัฐฟลอริดามีการตรวจความชัดเจนในการมองเห็นสำหรับผู้มีอายุ 80 ปีขึ้นไป และ ในรัฐแมรีแลนด์ เป็น 65 ปีขึ้นไป สิงคโปร์

  • ง่ายแต่ได้ผล ข้อความ “ช่วยเลิกบุหรี่” จากวิจัยต่างประเทศทดลองในไทยแล้วได้ผล

    ง่ายแต่ได้ผล ข้อความ “ช่วยเลิกบุหรี่” จากวิจัยต่างประเทศทดลองในไทยแล้วได้ผล

    คุณอาจเคยได้ยิน เพียงข้อความสั้น ๆ สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ การเลิกบุหรี่ถือเป็นเรื่องสุดยากสำหรับสิงห์อมควัน ยากทั้งในด้านเสพติด และอีกด้านที่หลายคนไม่รู้คือ การจัดการความเครียด ยิ่งเครียดสูง ยิ่งสูบจัดเพื่อลดเครียด แต่ก็ช่วยได้เพียงชั่วคราวและทำลายสุขภาพหนักกว่า ทุกวันนี้วิธีเลิกบุหรี่มีอยู่มากมายหลายวิธี บ้างก็มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก มีข้อจำกัดที่ซับซ้อน บางวิธีไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าได้ผล ล่าสุดมีวิธีหนึ่งที่ช่วยเสริมอย่างได้ผลจริง จากงานวิจัย “Optimising the development of effective mobile health behaviour change interventions: text messages to support smoking cessation in Thailand” หรือ “การทดสอบประสิทธิผลของการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือต่อการรับบริการเลิกบุหรี่และการตัดสินใจเลิกบุหรี่” วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของดร. ภญ. ปฤษฐพร กิ่งแก้ว นักวิจัย HITAP โดยได้รับความสนับสนุนจากศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600) ค้นพบว่า ในประเทศไทย “บริการ SMS ช่วยเลิกบุหรี่” มีส่วนช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ “ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่บอกว่ามีดีกว่าไม่มี”

  • ตรวจก่อน – รู้ก่อน ลูกในท้องเป็นดาวน์รับมืออย่างไร

    ตรวจก่อน – รู้ก่อน ลูกในท้องเป็นดาวน์รับมืออย่างไร

    ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่มีอาการดาวน์ (Down syndrome) ปีละ 1,000 คน สาเหตุมาจากความผิดปกติของโครโมโซมซึ่งไม่มียาที่สามารถรักษาได้ แต่สามารถป้องกันได้เพียงหญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฝากครรภ์และรับการตรวจคัดกรอง จากงานวิจัย “การประเมินโครงการนำร่องการป้องกันและควบคุมกลุ่มอาการดาวน์” พบว่า สังคมไทยยังคงมีอุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้ผู้หญิงไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างที่ควรจะเป็น   หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงอายุมากกว่า 35 ปีเท่านั้น ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในสังคมไทยคือหากแม่อายุยังไม่มาก ความเสี่ยงต่างๆ คงไม่มี และลูกในครรภ์คงมีสุขภาพสมบูรณ์พร้อม ทว่าแท้จริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น สำหรับความเสี่ยงที่ลูกในครรภ์จะมีอาการดาวน์นั้น จริงอยู่ที่ยิ่งผู้หญิงอายุมาก ลูกก็ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ผู้หญิงอายุน้อยก็ยังคงมีความเสี่ยงเช่นกัน โดยมีความเสี่ยงดังนี้ แม่อายุต่ำกว่า 25 ปี โอกาสที่ลูกจะมีอาการอยู่ที่ 1 ใน 1,500 ราย แม่อายุ 25 – 29 ปี โอกาสที่ลูกจะมีอาการอยู่ที่ 1 ใน 1,100 ราย แม่อายุ 35 ปี โอกาสที่ลูกจะมีอาการอยู่ที่ 1 ใน 250 ราย แม่อายุ 38